ฝ่ายเปอร์เซียหันไปใช้วิธีรังควานกองทัพของจักรวรรดิออตโตมันระหว่างการเดินทัพระหว่างที่ออตโตมันต้องเผชิญกับภูมิประเทศที่ลำบากต่อการเดินทาง เมื่อสุลต่านสุลัยมานและอิบรอฮิมเข้าเมืองแบกแดดในปีต่อมา แม่ทัพของแบกแดดก็ยอมแพ้ซึ่งเป็นการทำให้พระองค์ทรงกลายเป็นผู้นำในบรรดาประเทศกลุ่มอิสลามและเป็นผู้สืบการปกครองต่อจากจักรวรรดิอับบาซียะห์ ระหว่างปี ค.ศ. 1548 ถึงปี ค.ศ. 1549 สุลต่านสุลัยมานก็ทรงเริ่มการรณรงค์เป็นครั้งที่สองในการพยายามที่จะทรงปราบปรามชาห์แห่งเปอร์เชียได้อย่างเด็ดขาด แต่ก็เช่นเดียวกับครั้งแรกทาห์มาสพ์เลี่ยงการต่อสู้แบบเผชิญหน้ากับกองทัพของจักรวรรดิออตโตมัน 
แห่งจักรวรรดิเปอร์เชียให้สังหารเบยซิดหรือส่งตัวกลับ ชาห์ทาห์มาสพ์จึงทรงสังหารเบยซิดและพระโอรสทั้งสี่พระองค์ในปี ค.ศ. 1561 เป็นการแลกเปลี่ยนกับทองที่ได้รับจากสุลต่าน การสังหารพระอนุชาและพระนัดดาก็เท่ากับเป็นการเปิดโอกาสให้เซลิมเป็นรัชทายาทในราชบัลลังก์เต็มตัว และทรงขึ้นครองเจ็ดปีต่อมา เมื่อวันที่ 5/6 กันยายน ค.ศ. 1566 สุลต่านสุลัยมานเสด็จจากอิสตันบุลเพื่อนำทัพไปรณรงค์ในราชอาณาจักรฮังการี แต่เสด็จสวรรคตก่อนที่จักรวรรดิออตโตมันจะได้รับชัยชนะต่อฮังการีในยุทธการ 
1 ทรงสั่งให้สังหารข้าหลวงเมืองแบกแดดที่จงรักภักดีต่อสุลต่านสุลัยมานและแต่งตั้นคนของตนเองขึ้นแทนที่ และเหตุการณ์ที่สองข้าหลวงของบิทลิสหันไปสวามิภักดิ์ต่อฝ่ายซาฟาวิยะห์ ซึ่งเป็นผลให้สุลต่านสุลัยมานมีพระราชโองการให้มหาเสนาบดีปาร์กาลิ อิบราฮิม ปาชานำกองทัพไปยังทวีปเอเชียในปี ค.ศ. 1533 อิบราฮิม ปาชาสามารถยึดบิทลิสคืนมาได้ และเข้ายึดครองทาบริซ 
แต่กระนั้นก็มีพระลักษณะที่น่าดูแม้ว่าพระฉวีจะออกซีดขาว ทรงมีชื่อว่าเป็นผู้มีความปรีชาสามารถ โปรดการศึกษาเล่าเรียน และทุกคนต่างก็ตั้งความหวังกันว่าจะทรงเป็นประมุขผู้มีคุณธรรมในการปกครอง” นักประวัติศาสตร์บางท่านอ้างว่าเมื่อสุลต่านสุลัยมานยังทรงพระเยาว์ พระองค์ทรงชื่นชอบในความเป็นวีรบุรุษของพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราช และทรงได้รับอิทธิพลเกี่ยวกับความคิดในการขยายจักรวรรดิทั้งตะวันออกและตะวันตก ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจที่ทำให้พระองค์เสด็จนำทัพไปยังดินแดนต่างๆ ในการขยายจักรวรรดิออตโตมันออกไปทั้งในเอเชีย แอฟริกา และยุโรป หลังจากสุลต่านสุลัยมานขึ้นครองราชย์ต่อจากพระราชบิดาแล้วพระองค์ก็ทรงเริ่มดำเนินการแผ่ขยายอำนาจของจักรวรรดิออตโตมันโดยการทำการรณรงค์ทางทหารต่างๆ 
